Unit 7 — Team Management & Resource Planning

1. บทบาทของผู้นำ (The Role of Leader)

ผู้บริหารโครงการมักถูกมอบหมายให้เป็น ผู้นำทีม (Leader) ไปในตัว โดยเฉพาะเมื่อระยะเวลาโครงการสั้นมาก หรือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน แต่บางโครงการอาจมีการ หมุนเวียนตำแหน่งผู้นำ และความรับผิดชอบกันภายในเป็นระยะ

Best Practice สำหรับการเป็นผู้นำ

หน้าที่ผู้นำในแต่ละช่วงโครงการ

ช่วงกำหนดและวางแผนโครงการช่วงปฏิบัติและปิดโครงการ
ทำแผนงบประมาณ ต้นทุน และกำหนดเวลาขั้นต้นการเริ่มงาน
เลือกทีมงานบริหารโครงการตรวจสอบและดำเนินการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ได้ตามเป้าหมาย
จัดเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องการดูรายละเอียดในการบริหารโครงการทั้งหมด
ทำรายละเอียดที่จำเป็นเพื่อผลักดันให้โครงการดำเนินไปได้ทบทวนและประเมินโครงการในช่วงปิดโครงการ
คุณสมบัติของผู้นำ = ความสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้: โครงการนี้จะทำอะไรบ้าง, ใครควรเป็นผู้ทำ, ทำอย่างไรจึงได้ทรัพยากรที่ต้องการ
ผู้บริหารโครงการ อาจไม่จำเป็นต้องรู้ลึกด้านเทคนิคหรือการวิเคราะห์ แต่ต้องมีความเข้าใจในองค์กรและสภาพแวดล้อมของโครงการนั้น

2. Project Organization Structure — 3 แบบ

01 Functional Organization (จัดองค์กรแบบหน้าที่)

จัดตามโครงสร้างหน้าที่เป็นหลัก อาศัยความเชี่ยวชาญด้านอาชีพ เช่น R&D, Engineering, Manufacturing, Marketing, Finance & Accounting, HR

ผู้จัดการโครงการ ผู้บริหารแผนก A ผู้บริหารแผนก B ผู้บริหารแผนก C งานในขอบเขต A งานในขอบเขต B งานในขอบเขต C
แบ่งตามแผนก แต่ละแผนกทำเฉพาะงานในขอบเขตของตน
โครงสร้างคงที่ แน่นอน แต่อาจต่อต้านการเปลี่ยนแปลงหรือการปรับตัว
สมาชิกปฏิบัติงานด้านความชำนาญ รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ แต่อาจมีวิสัยทัศน์และทักษะที่แคบ

02 Task Force Organization (กลุ่มงานเฉพาะกิจ)

จัดองค์กรเพื่อดำเนินงานเฉพาะทางที่ซับซ้อนเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทีมงานเป็นกลุ่มขนาดเล็กที่ทำงานร่วมกัน โดยมีทักษะและความรู้ที่แตกต่างกัน

โครงสร้างยืดหยุ่น คล่องตัว แต่อาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกไม่มั่นคง
สร้างโอกาสเติบโตและพัฒนาโครงการ แต่การใช้ทรัพยากรบุคคลอาจไม่มีประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบ Functional vs Task Force

ประเด็นFunctional OrganizationTask Force Organization
ลักษณะงานดำเนินงานที่ต่อเนื่องดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา
ความแน่นอนมีความแน่นอนสูงมีความไม่แน่นอนสูง
การมอบหมายงานแน่นอน อำนาจถูกกำหนดก่อนมอบหมายตามสถานการณ์ ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้
สายการบังคับบัญชายาวสั้น
วัตถุประสงค์กำหนดจาก บนลงล่างกำหนดจาก ล่างขึ้นบน
การให้รางวัลค่าจ้าง เงินเดือน กำไรการเรียนรู้ การยอมรับ การสนับสนุน การติดต่อสื่อสาร
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางรับผิดชอบหลายด้าน
ภาวะผู้นำเกิดเฉพาะจากตำแหน่งหน้าที่เกิดจากลักษณะการบริหารทุกระดับ
ความก้าวหน้าโอกาสเลื่อนขั้น/ก้าวหน้าจำกัด

03 Matrix Organization (แบบเมทริกซ์)

จัดองค์กรแบบผสมผสาน เรียกว่า องค์กรคู่ขนาน (Parallel Organization) ระหว่างกลุ่มผู้ปฏิบัติงานตามโครงสร้างแบบหน้าที่ และกลุ่มตามโครงสร้างแบบเฉพาะกิจ

คุณลักษณะสำคัญ 3 ประการ:

  1. ระบบการบังคับบัญชาหลายสาย
  2. กลไกสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
  3. วัฒนธรรมองค์กรหรือรูปแบบพฤติกรรมองค์กรที่เกี่ยวข้อง
ผู้จัดการโครงการ ผู้บริหารแผนก A ผู้บริหารแผนก B ผู้บริหารแผนก C ผู้บริหารโครงการ A ผู้บริหารโครงการ B ผู้บริหารโครงการ C ความรับผิดชอบตามหน้าที่ (แนวตั้ง) × ความรับผิดชอบตามโครงการ (แนวนอน)
Matrix — คนหนึ่งคนมีหัวหน้า 2 สาย: หัวหน้าแผนกกับผู้บริหารโครงการ
โครงสร้างมีเสถียรภาพและยืดหยุ่น แต่อำนาจและความรับผิดชอบของสมาชิกไม่ชัดเจน อาจเกิดความซ้ำซ้อนของงาน
ใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งคน เครื่องมือ สิ่งอำนวยความสะดวก แต่ซับซ้อนสูง ต้องอาศัยการติดต่อสื่อสารเสมอ เพื่อลดปัญหาด้านการตัดสินใจ

3. Project Management Software

ประเภทของ PM Software

ประเภทลักษณะ
Desktop Softwareตัวอย่างที่ดีคือ Microsoft Project — เจ้าของต้องแชร์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ให้คนอื่นเมื่อต้องการทำงานร่วมกัน จึง มีข้อจำกัดเมื่อต้องอัปเดตและดูแลโดยคนมากกว่าหนึ่งคน
Web-based Solutionผู้ใช้เข้าถึงผ่าน web application เพื่ออ่าน เขียน หรือแก้ไขกิจกรรมได้ เหมาะกับโครงการที่กระจายข้ามแผนกและข้ามพื้นที่ ดีที่สุดสำหรับ virtual teams
Mobile Solutionใช้งานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่

ซอฟต์แวร์ที่ควรรู้จัก

ซอฟต์แวร์จุดเด่น
JiraScrum Boards แตกงานใหญ่ซับซ้อนเป็นชิ้นงานที่จัดการได้ ทีมทำงานเป็น sprint / Roadmaps = Gantt Chart
Microsoft Projectวางแผนบริหารโครงการตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ มี Template ตามประเภทโครงการ รองรับทั้ง Agile และ Waterfall methodology
Asanacloud-based PM software ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตัวหนึ่ง ใช้ได้บน Web, iOS และ Android
ClickUpมีมากกว่า 15 views เช่น List, Board, Calendar, Box, Gantt, Activity, Timeline, Workload, Mind Maps, Table, Map
อื่นๆ: Smartsheet, Trello, Monday, Wrike

4. Key Features of PM Software — 6 ฟีเจอร์

#ฟีเจอร์รายละเอียด
01Collaboration & Communicationให้ stakeholders เข้าถึงและอัปเดตเอกสาร/ความคืบหน้าบน dashboard ได้ ต้องมี access control และ authentication management เพื่อกำหนดระดับสิทธิ์
02Schedulingวาด Gantt charts และ shared team calendar ได้ เพิ่ม activity dependencies แล้วแสดง critical path พร้อมอัปเดตอัตโนมัติ มี Baselining สำหรับเทียบ schedule และ scope
03Issue Trackingติดตามและเฝ้าดู issues ที่ถูกรายงานโดย stakeholders ตัวอย่างที่ดีคือ software defects
04Portfolio Managementวัดและติดตามหลายโครงการพร้อมกัน รู้ภาพรวมความคืบหน้า อาจแพงและไม่เหมาะกับบริษัทเล็กที่ทำโครงการขนาดเล็ก
05Document Managementเก็บเอกสารในที่จัดเก็บกลาง มีระบบควบคุมการเข้าถึงที่ถูกต้อง รองรับ document versioning และการรายงาน
06Resource Managementแสดงการใช้ทรัพยากรแต่ละตัวตลอด project life cycle รวมทั้งคนและงบประมาณ มี budget dashboard และ automated invoicing

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือก PM Software

Company Size

ขนาดบริษัทหรือทีม — แผนราคาต่างกันตามขนาดธุรกิจ

Feature Needed

มองหาฟีเจอร์เฉพาะที่โครงการต้องใช้จริง

Support Service

บริการช่วยเหลือหลังสมัคร และช่องทางติดต่อที่องค์กรถนัด

Reasonable Price

ราคาสมเหตุสมผล

Operational Platform

แพลตฟอร์มที่รองรับ

Scalability

ขยายรองรับการเติบโตได้

Benefits of PM Software

สถิติจาก Unit 1 ที่เกี่ยวข้อง: 23% ขององค์กรใช้ PM Software, 44% ของ PM ยังไม่เชื่อมั่นในซอฟต์แวร์, 35% ยังใช้ MS Excel วางแผนทรัพยากร, 73% เชื่อว่า Reliability, Ease of Use และ Ease of Integration สำคัญ แต่ยังไม่มี solution ใดที่มีครบทั้ง 3