Unit 5 — Project Initiation & Planning

1. รูปแบบการเขียนโครงการ 2 แบบ

Logical Framework (LogFrame)Descriptive Style (พรรณนาความ)
ประยุกต์จากแนวคิดของบริษัทเอกชนในสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานความช่วยเหลือทางวิชาการในเยอรมัน
• เป็นตาราง Matrix 16 ช่อง (4 × 4)
• แต่ละช่องสัมพันธ์กันอย่างมีเหตุผล — If-Then Relationship
เขียนตามที่หน่วยงานกำหนดขึ้น เพื่อให้เอกสารแผนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นิยมใช้ทั่วไป โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรประชาชน

ตาราง LogFrame 4 × 4

Project DescriptionIndicatorsMeans of VerificationAssumption
Goal (Impact)
Purpose (Outcome)
Expected Results (Output)
Activities (Input)
จำแถว: Goal = Impact, Purpose = Outcome, Expected Results = Output, Activities = Input
จำคอลัมน์: Project Description, Indicators, Means of Verification, Assumption

2. SOW vs Project Plan

Statement of Work (SOW)Project Plan
เอกสารแสดง ข้อตกลงร่วมกันระหว่างลูกค้าและบริษัท ประกอบด้วย:
  • Background / Problems — ที่มาและความสำคัญ
  • Objectives — วัตถุประสงค์
  • Product Description — คำอธิบายสินค้าหรือบริการ
  • Scope — ขอบเขตการดำเนินงาน
  • Deliverables — สิ่งที่จะต้องส่งมอบ
เอกสารอธิบายรายละเอียดโครงการและแผนงาน เป็นแนวทางให้ทีมและ stakeholders มีทุกอย่างของ SOW + เพิ่ม:
  • Tasks, Tasks Relationship & Dependence
  • Task Duration
  • Resource ตามหลัก 4M + 1E (Material, Man, Machine, Method, Environment)
  • Start & Completion Date
  • Risks
  • Change Management / Version Control Strategy
  • Delivery Instructions / Constraints
SOW เป็นส่วนหนึ่งของ การจัดทำข้อเสนอโครงการ (TOR / Project Proposal / Quotation) ส่วน Project Plan คือ การจัดทำแผนโครงการ

เคล็ดการเขียน SOW: วัตถุประสงค์ให้ระบุเป็นข้อๆ ขึ้นต้นด้วยคำว่า "เพื่อ", ขอบเขตให้แบ่งงานทั้งหมดออกเป็นส่วนๆ, สิ่งที่จะส่งมอบให้แบ่งเป็น งวดๆ

3. Project Planning

การวางแผน = การกำหนดอนาคตล่วงหน้าเกี่ยวกับภารกิจหรือกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์
"ผลผลิตของการวางแผน คือ ตัวแผน (Plan)"

วัตถุประสงค์ของการวางแผนโครงการ 4 ข้อ

  1. เพื่อกำหนด ทิศทาง ของการดำเนินโครงการ
  2. เพื่อ ลดผลกระทบ ของการเปลี่ยนแปลงของโครงการ
  3. เพื่อ ลดความสูญเสีย จากความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
  4. เพื่อเป็น มาตรฐานสำหรับการควบคุม การดำเนินโครงการ

Planning is to know: Project Characteristics, Product Characteristics, The Process and Activities, Their Sequences and Components

ขั้นตอนการวางแผนโครงการ 9 ขั้น

1 รวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริง 2 วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ 3 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย 4 การคิดค้นทางเลือก 5 วิเคราะห์และเปรียบเทียบทางเลือก 6 จัดทำข้อเสนอโครงการ TOR / Proposal / Quotation 8 จัดทำแผนโครงการ Project Plan 7 เสนอพิจารณา 9 เสนอพิจารณา อนุมัติ ไม่อนุมัติ → ปรับปรุง Project Owner พิจารณาทั้งช่วง 7 และ 9 — Project Team เป็นผู้จัดทำ
ขั้นตอนการวางแผนโครงการ — มีจุดเสนอพิจารณา 2 จุด ถ้าไม่อนุมัติต้องกลับไปปรับปรุง

กิจกรรมสำคัญ 2 อย่างในกระบวนการวางแผน

01. Task Identification — การระบุงานที่ต้องทำ

ถ้ามีงานใดหายไป จะทำให้การคำนวณเวลาส่งมอบผิดพลาด วิธีที่นิยมคือวาดแผนงานเป็น โครงสร้างลำดับชั้น (Hierarchy) เริ่มจากงานหลักแล้วแตกเป็นงานย่อย — วิธีนี้เรียกว่า Work Breakdown Structure

02. Estimating Task Completion Time — การประมาณเวลาของแต่ละงาน

ใช้ 3 ตัวแปร:

เวลาที่เหมาะสม = (B + 4P + W) / 6

ตัวอย่างคำนวณ

งานหนึ่ง B = 4 วัน, P = 6 วัน, W = 14 วัน

(4 + 4*6 + 14) / 6
= (4 + 24 + 14) / 6
= 42 / 6
= 7 วัน
สูตรนี้เป็นสูตรเดียวกับ PERT ในบท Scheduling เพียงเปลี่ยนชื่อตัวแปรเป็น (O + 4M + P) / 6

รายการกิจกรรมวางแผน 10 ข้อ

  1. แสดงรายละเอียดขอบเขตโครงการ
  2. รายการศึกษาความเป็นไปได้ และประมาณการใช้งบประมาณ
  3. ประมาณการใช้แหล่งทรัพยากรและวางแผนการใช้ทรัพยากร
  4. แบ่งแยกกิจกรรมในการดำเนินการพัฒนาระบบ
  5. จัดตารางเวลาดำเนินการในเบื้องต้น
  6. วางแผนการติดต่อสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
  7. จัดทำมาตรฐานในการดำเนินงาน
  8. ระบุและประเมินความเสี่ยง
  9. จัดทำรายงานแสดงสถานะของงาน
  10. จัดทำแผนงาน/แผนโครงการ

Project Planning Team

ระดับตำแหน่ง
ระดับองค์กรคณะกรรมการอำนวยการ (Board of Directors)
ผู้บริหารระดับสูง (Senior Manager)
ผู้จัดการตามสายงาน (Functional Manager)
ระดับโครงการผู้จัดการโครงการ (Project Manager)
ผู้จัดการกลุ่มงาน (Work Package Manager)
ภายใน/ภายนอกองค์กรผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญพิเศษ (Professionals)

4. Project Scope Management

ขอบเขตงาน (Scope) = กิจกรรมหรืองานทั้งหมดและขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้า หรือบริการของโครงการ — เป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ก่อนปัจจัยอื่นๆ เพราะแสดงภาพรวมและความสัมพันธ์ของปัจจัยทั้งหมด

การกำหนดขอบเขต คือกิจกรรมที่ใช้กำหนดและควบคุมส่วนประกอบที่ ควรมี และ ไม่ควรมี ในโครงการ ช่วยให้ทีมงานและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกันว่าสินค้าหรือบริการจะมีลักษณะอย่างไร

ถ้ากำหนดขอบเขตอย่างไร้ประสิทธิภาพ จะทำให้การวางแผนภาพรวมผิดพลาดง่าย และก่อผลเสียร้ายแรงต่อทั้ง ต้นทุน และ คุณภาพ

มิติของ Project Scope

ขอบเขตด้านเวลา

ช่วงเวลาที่โครงการครอบคลุม

ขอบเขตด้านพื้นที่

พื้นที่ที่โครงการดำเนินการ

ขอบเขตด้านเทคโนโลยี

เทคโนโลยีที่ใช้และไม่ใช้

ขอบเขตด้านประชากร

กลุ่มผู้ใช้/ผู้เกี่ยวข้อง

ขอบเขตด้านข้อมูล

ข้อมูลที่ระบบครอบคลุม

ขอบเขตด้านจริยธรรม

กรอบจริยธรรมของโครงการ

5. Work Breakdown Structure (WBS)

WBS = การแบ่งหน้าที่หลักในแต่ละโครงการออกมาเป็นหน้าที่หรือกิจกรรมย่อย เพื่อให้บริหารจัดการและกระจายทรัพยากรได้ง่ายขึ้น มีลักษณะเป็น แผนภูมิรากไม้ แบ่งเป็นระดับชั้น (Hierarchy) ตั้งแต่งานใหญ่ที่สุดจนถึงงานย่อยที่สุดที่เป็น Work Package

1.0 ระบบจองคิวออนไลน์ 1.1 วิเคราะห์ความต้องการ 1.2 ออกแบบระบบ 1.3 พัฒนาและทดสอบ 1.2.1 ออกแบบฐานข้อมูล 1.2.2 ออกแบบ UI/UX ← Work Package ระดับล่างสุด มีผู้รับผิดชอบ 1 คน
WBS เป็นแผนภูมิรากไม้ แตกจากงานใหญ่ลงถึง Work Package
ประโยชน์ของ WBS: กำหนดขอบเขตของการทำงานอย่างมีระบบ, สร้างระบบประเมินราคาและปริมาณทรัพยากร, จัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ
สำคัญ: กิจกรรมใดที่ไม่จำเป็นต่อการดำเนินโครงการ ไม่ควรถูกแสดงไว้ใน WBS และ WBS ที่ดีควรอธิบาย "ผลลัพธ์ที่อยากได้" ของแต่ละขั้นตอน

วิธีการสร้าง WBS 5 วิธี

#วิธีลักษณะเหมาะกับ
1Using Guideline
วิธีการใช้คำแนะนำ
สร้างตามแนวทาง/คำแนะนำที่องค์กรกำหนดไว้แล้วองค์กรใหญ่ที่มีรูปแบบชัดเจน ผู้ประมูลต้องทำตาม
2Analogy Approach
วิธีการเปรียบเทียบ
อาศัย WBS ของโครงการที่เคยทำและคล้ายคลึงกันเป็นจุดเริ่มต้นประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และบุคลากร
3Top-down Approach
จากบนลงล่าง
เริ่มจากงานกว้างและใหญ่ที่สุด แล้วแบ่งเป็นกิจกรรมย่อยลงไปPM ที่มีความรู้/ประสบการณ์ด้านเทคนิคมากพอ และเห็นภาพรวมชัดเจน
4Bottom-up Approach
จากล่างขึ้นบน
สมาชิกช่วยกันกำหนดงานย่อยให้เฉพาะเจาะจงและมากที่สุด แล้วจัดกลุ่มขึ้นไปโครงการ IT แนวใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำ หรืออยากให้ทีมรู้สึกผูกพัน ข้อเสีย: เสียเวลามาก
5Mind Mapping
วางแผนจากความคิด
แตกความคิดหลักเป็นกิ่งก้านสาขา ไม่ต้องมีโครงสร้างทางการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การมีส่วนร่วมของทีม

ข้อควรคำนึงในการสร้าง WBS 6 ข้อ

  1. ข้อมูลใน WBS ต้อง สอดคล้องกับการดำเนินงานจริง ของโครงการ
  2. กิจกรรมย่อยสุด (ระดับล่างสุด) ควรมี ผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียว แม้ผู้ร่วมทำจะมีมากกว่า 1 คน
  3. สมาชิกทีมควร มีส่วนร่วม ในการสร้าง WBS และทุกคนยอมรับเห็นพ้องต้องกัน
  4. ทุกกิจกรรมควรกำหนดไว้เป็น ลายลักษณ์อักษร เพื่อความเข้าใจตรงกัน
  5. WBS ต้อง ยืดหยุ่นได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ยังควบคุมรายละเอียดได้
  6. รายละเอียดของกิจกรรมหนึ่ง คือการ สรุปรวบรายละเอียดของกิจกรรมที่อยู่ระดับล่างลงไป