Unit 2 (2) — Project Management Methodologies
เลือกวิธีบริหารโครงการให้ตรงกับ "ความแน่นอนของความต้องการ" — ความต้องการนิ่ง ใช้ Waterfall, ความต้องการเปลี่ยนบ่อย ใช้ Agile และเครื่องมือในตระกูล Agile คือ Scrum กับ Kanban
1. Waterfall Model
| เหมาะสำหรับ | ไม่เหมาะกับ |
|---|---|
| โครงการที่มั่นใจว่า Software Requirement ไม่เปลี่ยนระหว่างทาง | โครงการที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ |
| ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรู้ว่าตนเองต้องการอะไรในภาพรวม | โครงการที่ยังไม่มีภาพผลลัพธ์สุดท้ายชัดเจน |
| ขั้นตอนสอดคล้องกันและคาดการณ์ผลลัพธ์ที่แน่นอนได้ | |
| องค์กรที่มีระบบแบบแผน ติดตามงานเอกสารเป็นระบบ |
2. Agile Methodology (Iterative model)
Agile ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อ แก้ปัญหาการบริหารโครงการแบบดั้งเดิม ทำงานแบบ หมุนวน/ทวนซ้ำกระบวนการ ให้ทีมตรวจสอบและให้ feedback ระหว่างทาง โดยไม่ต้องรอขั้นก่อนหน้าเสร็จสิ้น เน้นรอบสั้นๆ ทำทีละนิด ทดสอบและประเมินผลบ่อย
1) Collaboration — การทำงานแบบมีส่วนร่วม
2) Speed — รวดเร็ว
3) Open to Data-driven Change — ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
| เหมาะสำหรับ | ไม่เหมาะกับ |
|---|---|
| โครงการที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างบ่อย | โครงการที่เกี่ยวข้องกับงานเอกสารจำนวนมาก |
| ยังไม่มีภาพผลลัพธ์สุดท้ายที่ชัดเจน | โครงการที่กำหนดสิ่งที่ต้องส่งมอบไว้ชัดเจนแล้ว |
| มีเวลาดำเนินการจำกัด | ทีมงานไม่มีแรงจูงใจมากพอ |
| Stakeholders ต้องการมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน / เน้นทีมงานมากกว่ากระบวนการ |
3. Scrum Framework (Incremental model)
เครื่องมือบริหารโครงการแบบ Agile — ทีมช่วยกันรุมงาน ไม่มีผู้บริหารโครงการ นักออกแบบ/วิเคราะห์ระบบ นักทดสอบระบบแยกกัน มีแค่ 3 บทบาท:
| บทบาท | หน้าที่ |
|---|---|
| Product Owner | ประเมินคุณค่า และจัดลำดับความสำคัญของงานให้ทีม |
| Scrum Master | ควบคุมดูแล และกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางการทำงานของทีมให้งานลื่นไหล |
| Team | ทำงานแบบ Self-management ประกอบด้วย 3–9 คน รวมทุกตำแหน่ง ทำได้จนจบโดยไม่ต้องข้ามแผนก |
| เหมาะสำหรับ | ไม่เหมาะกับ |
|---|---|
| โครงการที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็ว และติดตามความก้าวหน้าสม่ำเสมอ | ทีมงาน/คนจากหลายแผนกในองค์กรขนาดใหญ่ |
| โครงการพัฒนาเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์ | โครงการที่กำหนดสิ่งส่งมอบไว้ชัดเจน |
| เน้นความร่วมมือผ่านโครงสร้างองค์กรแบบแนวราบ (Flat Organization) | ทีมงานไม่มีแรงจูงใจมากพอ |
| โครงสร้างทีมแบบลำดับชั้น (High-hierarchical Structure) |
4. Kanban Method
"คัมบัง" แปลว่า ป้ายแสดงสัญลักษณ์ — เครื่องมือบริหารโครงการแบบ Agile ที่มีสัญลักษณ์เป็น กระดานและการ์ด คิดค้นและใช้กับอุตสาหกรรมการผลิตแบบ Just-in-Time (JIT) กระดานออกแบบให้ทีมเห็น Workflow ทั้งหมด งานถูกแบ่งตาม Status
| เหมาะสำหรับ | ไม่เหมาะกับ |
|---|---|
| โครงการหลายประเภท: การผลิต การตลาด การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาซอฟต์แวร์ | โครงการซับซ้อนสูง มีกิจกรรม/ขั้นตอนเยอะ |
| ต้องการทราบสถานะการทำงานเชิงประจักษ์ อัปเดตสม่ำเสมอ มองเห็นคอขวดง่าย | โครงการแบบ Push system |
| เน้นการสื่อสารระหว่างทีม / อยากให้ทีมโฟกัสงานของตนเอง |
5. เปรียบเทียบสรุป
| ประเด็น | Waterfall | Agile | Scrum | Kanban |
|---|---|---|---|---|
| โมเดล | Sequential / SDLC ดั้งเดิม | Iterative | Incremental | Visual board |
| Requirement | นิ่ง ไม่เปลี่ยน | เปลี่ยนบ่อย | เปลี่ยนได้ใน sprint | ไหลเข้าเรื่อย ๆ |
| บทบาทเด่น | PM, SA, Tester แยกกัน | ทีมมีส่วนร่วม | PO / Scrum Master / Team | ทั้งทีมดูบอร์ดเดียวกัน |
| เอกสาร | มาก เป็นระบบ | น้อย | น้อย | น้อย |
6. ปัจจัยเลือกวิธีบริหารโครงการ (Influential Factors)
- Team size & Company Structure — ทีมเล็กหรือใหญ่เกินไปไหม โครงสร้างองค์กรสนับสนุนแบบใด
- Cost & Budget — ขนาดเงินลงทุน แหล่งทุน เงินสำรอง
- Client & Stakeholders Collaboration — ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมมากน้อยเพียงใด
- Ability to take risks — ยอมรับและจัดการความเสี่ยงได้แค่ไหน พิจารณาร่วมกับขนาดโครงการ
- Flexibility — มีพื้นที่ปรับปรุงขอบเขตหรือเปลี่ยนแปลงระหว่างดำเนินงานหรือไม่
- Timeline — ใช้ระยะเวลานานเท่าใดจึงครบกำหนดส่งมอบ
วิธี/เครื่องมืออื่นที่ควรรู้จักชื่อ: PDCA, 4M Checklist, CPM, SMART Goals, RAD, NPI, PERT, XP, APF, PRINCE2, PMBOK, Lean, Six Sigma, Scrum, Kanban